• Font size:
  • Decrease
  • Reset
  • Increase

ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว: 11/07440

Monday, 05 October 2015 10:21

ท่องเที่ยว พุกาม

Written by 
Rate this item
(0 votes)

พุกาม เมืองในประเทศพม่า เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณพุกาม (พ.ศ. 1587 - พ.ศ. 1830) เป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์พม่า พุกาม เป็นเมืองที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ทั้ง ๆ ที่มีคุณสมบัติเต็มพร้อม ปัจจุบันรัฐบาลทหารพม่ากำลังพยายามเร่งเสนอชื่อและเตรียมความพร้อมให้เป็นมรดกโลกทางศิลปวัฒนธรรมแห่งต่อไป พุกาม ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ อยู่ห่างประมาณ 90 ไมล์ หรือ 145 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมัณฑะเลย์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เขตที่ตั้งอาณาจักรพุกาม) เขตเมืองใหม่ (เขตที่อยู่อาศัยปัจจุบัน) และยองอู (เขตพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ) มีสนามบินชื่อ สนามบินยองอู เป็นสนามบินประจำเมือง รายได้หลักของเมืองคือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอทุกช่วงปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน พุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวซีโกน สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม โดยธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ เจดีย์องค์ใหญ่สุดจะเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์ทรงสร้าง และองค์ที่มีขนาดเล็กถัดมา เป็นการสร้างโดยเหล่าขุนนาง อำมาตย์ ลดหลั่นลงมาตามบรรดาศักดิ์ นอกจากเจดีย์ชเวซีโกนแล้ว ยังมีเจดีย์สำคัญ ๆ อีกหลายองค์และวัดสำคัญ ๆ อีกเช่น เจดีย์ชเวซันดอ, อานันทวิหาร, เจดีย์ตะเบียงนิว, วัดพะยาตองซู เป็นต้น

ชาวพม่า (บะหม่า) คือชนกลุ่มที่ 3 ที่เข้ามาตั้งรกรากในลุ่มแม่น้ำกว้างใหญ่ พวกเขาค่อย ๆ เข้ามาตั้งแต่สมัยชาวปยูกำลังเรืองอำนาจ เมื่อน่านเจ้าชนะปยูแต่ไม่ได้เข้ามายึดครองพื้นที่ ทำให้บริเวณนี้ปราศจากผู้นำ ชาวพม่าได้โอกาสจึงรีบตั้งต้นเป็นปึกแผ่น ก่อเกิดอาณาจักรต่าง ๆ สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้
ประวัติศาสตร์ของชาวพม่าแบ่งเป็น 3 ยุคโดยง่าย ได้แก่ ยุคชาวมอญและชาวปยู ยุคพุกาม และยุคหลัง พวกเราชาวไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ตั้งแต่กรุงอังวะ หงสาวดี และตองอู พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และผู้ชนะสิบทิศนามบุเรงนอง เรื่อยมาจนถึงราชวงศ์อลองพญา ในยุคสมัยของพระเจ้าปดุงในครั้งสงครามเก้าทัพ จวบจนพม่าเสียเอกราชให้อังกฤษ แต่ตอนนี้ผมกำลังพาคุณเดินทางจากเมืองย่างกุ้งขึ้นไปทางเหนือตามลำน้ำเอยาว ดี เป้าหมายของเราคือเมือง Bagan หรือพุกาม อันเป็นอาณาจักรก่อนหน้านั้น
พุกามเริ่มถูกบันทึกในประวัติศาสตร์หลังจากชาวปยูพินาศไปเพียงไม่กี่ปี เริ่มต้นที่เมืองพุกามในสมัยของพระเจ้าปยิงปยาในพ.ศ.1392 ในช่วงกว่าร้อยปีต่อมาเป็นเวลาสะสมอำนาจสร้างเมืองแข่งกับชาวมอญที่แตกเป็น ก๊กเป็นเหล่ากระจายไปทั่ว จวบจนถึงยุคของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของพม่านาม “พระเจ้าอโนรธา” พระองค์ขึ้นครองอาณาจักรพุกามในพ.ศ.1587 จากนั้นจึงตีเมืองต่าง ๆ ของชาวมอญเป็นผลสำเร็จ กวาดต้อนแรงงานเข้ามาสู่อาณาจักรพุกามกว่าสามหมื่น ทำให้เมืองขยายขนาดและชาวมอญที่เหลือยอมศิโรราบ ในช่วงเกือบ 40 ปีต่อมา พระองค์ทรงขยายอาณาจักรจนมีอาณาเขตกว้างไกล ทิศเหนือติดน่านเจ้า ทิศตะวันออกติดอาณาจักรขอม เทือกเขายะไข่ติดต่อกับอินเดีย ชายฝั่งภาคใต้ติดทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล
พุกามเป็นดินแดนแห่งเจดีย์ 4,000 องค์ น่าจะอยู่ยุคเดียวกับสุโขทัย แต่เมื่อลองค้นข้อมูลแล้วจึงทราบ อาณาจักรพุกามรุ่งเรืองระหว่างพ.ศ.1392-1877 ก่อนสุโขทัยหลายร้อยปี (พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ตั้งอาณาจักรในพ.ศ.1791) หากนับเวลาแล้วพุกามกับขอมจะอยู่ในยุคเดียวกัน โดยเฉพาะช่วงรุ่งเรืองของขอมระหว่างพ.ศ.1345-1974 เพียงแต่พุกามสร้างวัดและเจดีย์ตามความเชื่อในศาสนาพุทธ ชาวขอมสร้างปราสาทตามความเชื่อฮินดู พุกามเน้นการใช้อิฐ ขอมสร้างโดยใช้หิน แต่ทั้งสองล้วนเป็นอาณาจักรรุ่งเรืองที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุค นั้น ก่อนขอมเริ่มหมดกำลังพ่ายแพ้ต่อไทย พุกามพ่ายแพ้ต่อจีนในครั้งสงครามกุบไลข่าน หลงเหลือเพียงร่องรอยของอารยธรรมโบราณให้พวกเราตื่นตาตื่นใจมาจนทุกวันนี้ อาณาจักรขอมและพุกามเสื่อม อาณาจักรสุโขทัยจึงกำเนิดขึ้น จากยุคสุโขทัยมาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 760 ปีแล้ว เจดีย์ในพุกามสร้างก่อนหน้านั้นจึงมีอายุประมาณ 1000 ปี ในขณะที่อาณาจักรขอมสร้างปราสาทหิน อาณาจักรพุกามสร้างเจดีย์ สองฟากฝั่งทั้งตะวันออกและตะวันตกเจริญอย่างสุดขีด แต่ขณะนั้นอาณาจักรสุโขทัยเพิ่งเริ่มต้น แอ่งอารยธรรมขอมและพุกามยังคงสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

map-1

ลักษณะภูมิประเทศ
• ภาคเหนือ - เทือกเขาปัตไก เป็นพรมแดนระหว่างพม่าและอินเดีย
• ภาคตะวันตก - เทือกเขาอระกันโนมากั้นเป็นแนวยาว
• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - เป็นที่ราบสูงชาน
• ภาคใต้ - มีทิวเขาตะนาวศรี กั้นระหว่างไทยกับพม่า
• ภาคกลาง - เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดีลักษณะภูมิอากาศ
• มรสุมเมืองร้อน
• ด้านหน้าภูเขาอาระกัน โยมา ฝนตกชุกมาก
• ภาคกลางตอนบนแห้งแล้งมาก เพราะมีภูเขากั้นกำบังลม
• ภาคกลางตอนล่างเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำขนาดใหญ่ ปลูกข้าวเจ้า ปอ
• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศค่อนข้างเย็น และค่อนข้างแห้งแล้งเศรษฐกิจ
เกษตรกรรม เป็นอาชีพหลัก เขตเกษตรกรรมคือ บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี และแม่น้ำสะโตง ปลูกข้าวเจ้า ปอกระเจ้า อ้อย และพืชเมืองร้อนอื่นๆ
ทำเหมืองแร่ ภาคกลางตอนบนมีน้ำมันปิโตรเลียม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขุดแร่ หิน สังกะสี และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ทำเหมืองดีบุก
การทำป่าไม้ มีการทำป่าไม้สักทางภาคเหนือ ส่งออกขายและล่องมาตามแม่น้ำอิรวดีเข้าสู่ย่างกุ้ง
อุตสาหกรรม กำลังพัฒนา อยู่บริเวณตอนล่าง เช่น ย่างกุ้ง
เป็นประเทศกำลังพัฒนาขั้นต่ำ หรือมีรายได้เฉลี่ยต่อบุคคล อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก
ประชากร
จำนวนประชากรประมาณ 50.51 ล้านคน ความหนาแน่นโดยเฉลี่ย 61 คน/ตร.กม. พม่ามีประชากรหลายเชื้อชาติ จึงเกิดเป็นปัญหาชนกลุ่มน้อย มีชาติพันธุ์พม่า 63% มอญ 5% ยะไข่ 5% กะเหรี่ยง 3.5% คะฉิ่น 3% ไทย 3% ชิน 1%
วัฒนธรรม
วัฒนธรรมของพม่าได้รับอิทธิพลทั้งจากจีน อันเดีย และไทยมาช้านาน ดังสะท้อนให้เห็นในด้านภาษา ดนตรี และอาหาร สำหรับศิลปะของพม่านั้นได้รับอิทธิพลจากวรรณคดีและพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ในปัจจุบันนี้วัฒนธรรมพม่ายังได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากเขตชนบทของประเทศ ด้านการแต่งกาย ชาวพม่าทั้งหญิงและชายนิยมนุ่งโสร่ง เรียกว่า ลองยี ส่วนการแต่งกายแบบโบราณเรียกว่า ลุนตยาอชิก
ภาษานอกจากภาษาพม่า ซึ่งเป็นภาษาราชการแล้ว พม่ามีภาษาหลักที่ใช้งานในประเทศถึงอีก 18 ภาษา โดยแบ่งตามตระกูลภาษาได้ดังนี้
• ตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก ได้แก่ ภาษามอญ ภาษาปะหล่อง ภาษาปะลัง (ปลัง) ภาษาประรวก และภาษาว้า
• ตระกูลภาษาซิโน-ทิเบตัน ได้แก่ ภาษาพม่า (ภาษาราชการ) ภาษากะเหรียง ภาษาอารากัน (ยะไข่) ภาษาจิงผ่อ (กะฉิ่น) และภาษาอาข่า
• ตระกูลภาษาไท-กะได ได้แก่ ภาษาฉาน (ไทใหญ่) ภาษาไทขึน ภาษาไทลื้อ และภาษาไทคำตี่
• ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน ได้แก่ ภาษาม้งและภาษาเย้า (เมี่ยน)
• ตระกูลภาษาออสโตรนีเชี่ยน ได้แก่ ภาษามอเก็นและภาษาสะลน

map 2

พุกาม (Bagan)
เมืองพุกามนั้นเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ สมัยศตวรรษที่ 11 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของเจดีย์จำนวนกว่า 5,000 องค์ จนได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศพม่าได้เป็นอย่างดีคนทั่วไปจึงขนานนามเมืองพุกามนี้ว่าเป็นอู่อารยธรรมของประเทศเมืองพุกามถูกสถาปนาโดยพระเจ้าอโนรธา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอิระวดี แต่ปัจจุบันเหลือเพียงกำแพงเมืองด้านใต้และตะวันออกเท่านั้น กล่าวกันว่า จำนวนเจดีย์ที่แท้จริงนั้นมีเป็นจำนวนกว่า 10,000 องค์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างยิ่งใหญ่มากเมื่อเทียบกับจำนวนเจดีย์ในปัจจุบัน ที่แม้จะต้องเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา แต่เจดีย์ที่ยังคงอยู่นั้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เนื่องจากพุกามเป็นเขตแห้งแล้ง ทำให้เจดีย์ไม่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติใดๆ อีกทั้งชาวพม่าก็ถือคติที่จะไม่ทำลายเจดีย์อย่างเคร่งครัดพุกาม เมืองในประเทศพม่า เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณพุกาม (พ.ศ. 1587 - พ.ศ. 1830) เป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์พม่า พุกาม เป็นเมืองที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ทั้ง ๆ ที่มีคุณสมบัติเต็มพร้อม ปัจจุบันรัฐบาลทหารพม่ากำลังพยายามเร่งเสนอชื่อและเตรียมความพร้อมให้เป็นมรดกโลกทางศิลปวัฒนธรรมแห่งต่อไปพุกาม ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ อยู่ห่างประมาณ 90 ไมล์ หรือ 145 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมัณฑะเลย์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เขตที่ตั้งอาณาจักรพุกาม) เขตเมืองใหม่ (เขตที่อยู่อาศัยปัจจุบัน) และยองอู (เขตพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ) มีสนามบินชื่อ สนามบินยองอู เป็นสนามบินประจำเมือง รายได้หลักของเมืองคือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอทุกช่วงปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน
พุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวสิกอง สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม โดยธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ เจดีย์องค์ใหญ่สุดจะเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์ทรงสร้าง และองค์ที่มีขนาดเล็กถัดมา เป็นการสร้างโดยเหล่าขุนนาง อำมาตย์ ลดหลั่นลงมาตามบรรดาศักดิ์นอกจากเจดีย์ชเวสิกองแล้ว ยังมีเจดีย์สำคัญ ๆ อีกหลายองค์และวัดสำคัญ ๆ อีกเช่น เจดีย์ชเวซันดอ, อานันทวิหาร, เจดีย์ตะเบียงนิว, วัดพะยาตองซู เป็นต้น

map-3-1

สนามบินพุกามเล็กกว่าย่างกุ้งหรือมัณฑเลย์อย่างเห็นได้ชัด ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลัก เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว ผู้คนเกือบทั้งหมดทำมาหากินด้านการท่องเที่ยว จะมีด้านการเกษตรหรืองานฝีมือบ้างก็ไม่เท่าไหร่ เราเดินตรงจากเครื่องเข้าอาคารได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้างวงหรือรอรถมารับให้วุ่นวาย นอกจากนี้ พุกามยังถือเป็นเขตพิเศษ ก่อนออกจากสนามบิน นักท่องเที่ยวต้องจ่ายตังค์ค่าเที่ยวพุกามคนละ 10 เหรียญ เขาจะเก็บตรงทางออกเลยครับ ไม่มีทางเลี่ยงเป็นแน่ เมื่อจ่ายไปจะได้การ์ดเล็ก ๆ มาให้ดูต่างหน้าหนึ่งใบ แค่พกติดตัวไว้แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องห้อยคอหรือเอามาแปะเสื้อ ยกเว้นคุณซวยจริงเจอเจ้าหน้าที่มาตรวจพุกามสมแล้วที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของพม่า ทันทีที่นั่งรถผ่านประตูสนามบิน บรรยากาศรอบด้านคล้ายย้อนยุคไปหลายร้อยปี รอบด้านไม่มีตึกแถว ไม่มีชุมชน ไม่มีบ้านคนเลยด้วยซ้ำ มีแต่ทุ่งหญ้า ดงไม้ และเจดีย์โผล่มาทั้งซ้ายและขวา รัฐบาลพม่าดูแลรักษาพื้นที่ดีมาก เขากำหนดเขตประวัติศาสตร์ ไม่อนุญาตให้สร้างบ้านสร้างอาคาร ทุกอย่างต้องถูกเก็บไว้เหมือนเดิม เมืองใหม่ของพุกามอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ในเขตเมืองเก่ามีแค่ตลาดย่อม ๆ กับโรงแรมเพียงสามสี่แห่ง ทั้งหมดอยู่รวมกันใกล้ริมแม่น้ำ ปล่อยให้บริเวณอื่นเป็นแหล่งประวัติศาสตร์มีแต่ถนนและหมู่พระเจดีย์

 MG 2089

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวสิกอง Shwezigon Pagoda เป็นเจดีย์ใหญ่ สวยงาม ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศพม่า เป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวพม่าและชาวไทย ตั้งอยู่ที่เมืองพุกาม โดยชื่อ “ชเวสิกอง” มีความหมายว่า เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ (ชเว = ทอง)
สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ราว 960 ปีก่อน ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก พระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น
เจดีย์ชเวสิกองสร้างถวายเป็นพุทธบูชา และเป็นเจดีย์แห่งชัยชนะ ที่พม่ารบชนะเหนือมอญแบบเด็ดขาดเป็นครั้งแรกเป็นที่บรรจุพระทันตธาตุขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวพม่าถือเป็น 1 ใน 5 ของมหาบูชาสถาน คือ
1. ชเวดากอง ย่างกุ้ง
2. ชเวสิกอง พุกาม
3. ชเวมอดอว์ หงสาวดี
4. ชเวซานดอร์ เมืองแปร
5. พระมหามัยมุนี มัณฑะเลย์ เจดีย์ชเวสิกองถูกบูรณะในสมัยต่อมาอีกหลายครั้ง เจดีย์ชเวสิกอง เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ พื้นผิวภายนอกถูกปิดด้วยทองคำเปลว ปัจจุบันมีความสูงราว 53 เมตร หรือ 160 ฟุต มีลวดลายปูนปั้นอยู่ 3 แถว และมีเจดีย์เล็กๆ เป็นบริวารอยู่รายรอบ

 MG 2135-1

วิถีชีวิตของชาวบ้านแห่งเมือง ยองอู เรียบง่ายและดำเนินไปอย่างช้าๆ ถ้าจะเทียบกับเมืองไทยก็คงจะย้อนหลังไปซัก 50 ปี การเดินทางมาพุกามจากย่างกุ้ง ถ้ามาโดยรถบัสจะออกจากย่างกุ้งประมาณ 6โมงเย็น ถึงยองอูราว ตี4 เช้า ค่าโดยสารประมาณ 15000 จ๊าต ระยะทางประมาณ 680 กม. พอถึงยองอูยังไม่ต้องเข้าที่พัก หารถเช่าแถวๆนั้นตกลงราคาแบบทั้งวัน(ประมาณ 40000-60000จ๊าต) ให้พาไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นก่อนเลย หลังจากนั้นจึงค่อยกลับมาเข้าที่พัก ทานอาหารเช้า แล้วค่อยออกไปใหม่ ที่พักแนะนำ เมขลา เกสต์เฮาส์ ( may kha lar guest house ) ราคาประมาณ 22 US ห้องแอร์ เตียงคู่ มีน้ำร้อน รวมอาหารเช้า ถ้าไปหลายคนเช่ารถตู้ก็ประมาณ 100US ต่อวัน พม่าไม่อนุญาตให้ต่างชาติขับรถ เพราะฉะนั้นเวลาเช่ารถก็จะแถมคนขับพร้อมน้ำมัน ถ้าเช่ารถม้าจะนั่งได้ 2 คน ราคาประมาณ 5000-7000 จ๊าต อีกทางเลือกคือ นั่งเครื่องบินจากย่างกุ้งมายองอู มีสายการบิน แอร์บากัน ราคาประมาณ 4000 บาท

 MG 2560

วิหารอนันดา ANANDA PAHTO
“เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม” คือคำกล่าวขวัญถึงมหาวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองพุกาม ประเทศพม่า เริ่มสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1633 แล้วเสร็จในปีต่อมา ในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาเมื่อก่อนยอดพระเจดีย์ยังเป็นสีขาวเหมือนกับพระเจดีย์องค์อื่นๆ ของพุกาม แต่รัฐบาลพม่าได้มาทาสีทองทับเมื่อปี พ.ศ.2533 เพื่อสมโภชการสร้างอานันทวิหารครบรอบ 900 ปี อานันทวิหารเป็นพระเจดีย์ที่สามารถเดินเข้าไปข้างในได้ แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสมีมุขยื่น 4 ทิศประตูทางเข้าเป็นประตูโค้ง (arch) ที่มักพบเห็นในสถาปัตยกรรมตะวันตกมากกว่าตะวันออก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนไม้ปิดทองสี่ทิศ พระกกุสันโธพุทธเจ้า ประจำทิศเหนือ (องค์เดิม) แท้จริงแล้วประจำทิศตะวันออก พระโกนาคมน์พุทธเจ้า ประจำทิศตะวันออก (สร้างใหม่) พระกัสสปพุทธเจ้า ประจำทิศใต้ (องค์เดิม) พระโคตมพุทธเจ้า ประจำทิศตะวันตก (สร้างใหม่) ผนังภายในแต่ละทิศมีพระพุทธรูปปางต่างๆ รายล้อมกว่า 1,800 อง

 MG 2271

พระเจดีย์มนูหา Manuha Paya
สร้างโดยพระเจ้ามนูหากษัตริย์มอญ ในครั้งที่พระองค์ถูกพระเจ้าอโนรธาจับมาเป็นเชลยในองค์พระเจดีย์ อันเป็นการรำลึกถึงคราวที่พระองค์ถูกพระเจ้าอโนรธาจับมาเป็นเชลย ซึ่งไม่เพียงกษัตริย์และมเหสีเท่านั้นชาวมอญเรือนหมื่นก็ถูกกวาดต้อนมาด้วย พระเจ้ามนูหาจึงทรงสร้างพระเจดีย์แห่งนี้ให้ดูอึดอัด เพื่อต้องการถ่ายทอดความรู้สึกคับข้องใจ ภายในองค์พระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์แต่มีองค์เดียวที่เป็นของเดิมอีก 2 องค์ถูกสร้างขึ้นใหม่ ส่วนด้านหลังมีพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ประดิษฐาน แม้จะดูใหญ่โต แต่ก็เป็นการประดิษฐานอยู่ในวิหารแคบๆ อันเป็นผลมาจากพระประสงค์ของพระองค์นั่นเอง

 MG 2839

โครงสร้างของวัดอนันดา มีระเบียงทางเดินที่ไม่ซับซ้อน มีซุ้มประตูใหญ่สี่ซุ้มขนาดเท่ากัน ทุกด้านเปิดจากแนวกึ่งกลางกำแพงไปสู่ห้องคูหากลางวิหาร ด้านบนก่อเป็นแกนทึบสี่เหลี่ยมขึ้นไปรับกับส่วนยอด ที่แกนทึบแต่ละด้านทำรวงข้าวไปเป็นซุ้มพระขนาดใหญ่ ผนังแต่ละด้านยาว 53 เมตร โครงสร้างวิหารมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ในซุ้มพระมีพระพุทธรูปยืน จำหลักจากไม้สัก สูง 9.5 เมตร ประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ซุ้ม แทนองค์พระอดีตพุทธเจ้าทั้งสี่ในกัปนี้ ที่หลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้ส่องแสงลงมาต้ององค์พระ พระพุทธรูปทางทิศเหนือ และใต้เป็นของที่มีอยู่แต่เดิม แต่ทางทิศตะวันออกกับตะวันตกเป็นพระที่สร้างขึ้นใหม่

 MG 2260

วัดสัพพัญญู (Thatbyinnyu temple)
ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถัดจากวัดอนันดา มาทางตะวันตกเฉียงใต้ 500 เมตร เป็นที่รู้จักกันในนาม “ วัดสัพพัญญูู” จัดเป็นวัดที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม(61 เมตร) ตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมือง ถือเป็นแม่แบบของสถาปัตยกรรมพม่าพระเจ้าอลองสิทธูทรงสร้างวัดนี้ขึ้นในกลางศตวรรษที่ 12 รูป ทรงคล้ายวัดอนันดา แต่แผนผัง ยาวกว่าด้านอื่นๆ ตัววิหารชั้นบนนั้นสร้างเป็นทรงสี่เหลี่ยม ขนาดเล็ก ด้านใน “กลวง” ซ้อนอยู่ บนวิหารชั้นล่างที่มีขนาดใหญ่กว่า นับเป็นเอกลักษณ์ ของวัดพม่าโดยเฉพาะ ต่างจากวัดมอญที่นิยมสร้างเป็นวิหารชั้นเดียว แกนกลางชั้นล่างนั้นก่อเป็นแกนทึบ เพื่อเป็นฐานรากรองรับโครงสร้างของวิหารชั้นบนซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน องค์พระหันหน้าไปทางทิศตะวันออกวิหารแต่ละชั้นมีหน้าต่างสองแถวซ้อนกัน ทำเป็นซุ้มโค้ง ภายในจึงสว่าง และมีลมพัดผ่าน เข้ามาได้วิหารสองชั้นแรกเคยเป็นที่พำนัก ของบรรดาพระภิกษุ ชั้นสามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ชั้นสี่ทำเป็นหอพระไตรปิฏก ส่วนยอดทีทำเป็นสถูปองค์ปรางค์นั้นใช้เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ถ้าต้องการขึ้นไปชั้นบน ต้องใช้บันไดด้านในขึ้นไปยังลานทักษิณชั้นบนสุดสามชั้นที่รองรับปรางค์ยอดสิงขรและองค์สถูป มองออกไปจะเห็นวัดอนันดาและ ทิวทัศน์อันงดงามตระการตา

 MG 2508

วัดธรรมยางจี “ดัมมะหยั่นจี”(Dhammayangyi temple )
เป็นวัดที่พระเจ้านะระตู่ได้สร้างขึ้นด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า พระองค์งสร้างวัด แห่งนี้ขึ้นเพื่อล้างบาป ปัจจุบัน วัดธรรมยางจี เป็นวัดที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ดีที่สุดในพุกาม มีแผนผังคล้ายวัดอนันดา แต่ความประณีตกลมกลืนเทียบวัดอนันดาไม่ได้สะท้อนถึงบรรยากาศอันดำมืดมัวหม่นในยุคนั้น แต่ฝีมือการก่อศิลาต้องนับว่าเป็นเอกกล่าวกันว่าพระเจ้านะระตู่ทรงควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ถ้าช่างวางเรียงศิลา ให้มีช่องพอให้สอดเข็มเข้าไปได้ แม้สักเล่มหนึ่ง ก็จะมีรับสั่งให้ประหารช่างผู้นั้นทันทีแต่วัดสร้างยังไม่ทันเสร็จ พระองค์ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ ลงเสียก่อน เหตุเพราะทรงรับเอาสนมในรัชกาลก่อน มาเป็นนางห้ามของพระองค์เองอีกต่อหนึ่ง แต่ไม่โปรดฯ พิธีแบบฮินดู ของชายาองค์หนึ่งซึ่งเป็นธิดามหาราชาแห่งแคว้นปะแทกกะยาในอินเดีย จึงสั่งประหารนางเสีย พระราชบิดาของนางทรงแค้นเคืองนักจึงส่งทหารมือดีแปดนายปลอมตัวเป็นพราหมณ์เดินทางไปเฝ้าพระเจ้านะระตู่ แล้วใช้ดาบปลงพระชนม์ขณะเข้าเฝ้าต่อหน้าพระพักตร์ก่อนฆ่าตัวตายเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด

 MG 2362

วัดติโลมินโล (Htilo Minlo Temple)
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองมาทางตะวันออกเฉียงเหนือ 1.5 กม. บนถนนที่ตัดไปเมืองยองอู สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 ตามบัญชา พระเจ้านันต่าว-มยา บันทึก พงศาวดารฉบับหอแก้ว กล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดแต่นางห้ามผู้หนึ่ง และได้รับเลือกเป็นรัชทายาท หลังทำการเสี่ยงทายตามโบราณราชประเพณี กษัตริย์พระองค์ใหม่กับพระอนุชาทั้งสี่ได้จัดตั้งสภาเสนาบดีขึ้นบริหาร ราชการแผ่นดิน เรียกว่า สภาลู้ตต่อ และใช้เป็นชื่อรัฐสภาพม่าสืบมาจนถึงทุกวันนี้

 MG 2950

เจดีย์ชเวซิกอง (Shwezigon pagoda)
เป็นสถูปรูปแบบดั้งเดิมของพม่าสร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธา ขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์และศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกามพระเจ้าอโนรธา ทรงเชื่อว่าตนเองเป็น “พระมหาจักรพรรดิราช” จึงพยายามรวบรวมพระบรมสารีริกธาตุ มาไว้ด้วยกัน ทั้งพระรากขวัญ กับพระนลาต จากเมืองปยี่ พระเขี้ยวแก้วจำลองจากเมืองแคนดี และพระแก้วมรกตจากหยุนหนาน จากนั้น ทรงปล่อยช้างเผือกที่อัญเชิญพระเขี้ยวแก้วมาจากลังกาออกไปเพื่อเสี่ยงทาย พญาช้างเผือกหยุดพำนักที่ตรงไหน ก็สร้างเจดีย์ชเวซิกองขึ้น ณ ตำแหน่งนั้น แต่สร้างฐานไปได้ แค่สามชั้น พระเจ้าอโนรธาก็สิ้นพระชนม์ลงเสียก่อนในปี 1077 พระเจ้าญาณสิทธาจึงสร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์ ในปี 1089รอบเจดีย์มีวิหารประดิษฐานพระพุทธเจ้ายืน แม้วิหารจะเล็กกว่าและมีจำนวนน้อยกว่าเจดีย์ชเวดากองของนครย่างกุ้ง แต่แค่นี้ก็ถือว่าแตกต่างจากเจดีย์โบราณอื่น ๆ ในพุกาม ยิ่งดูเท่าไหร่ยิ่งเห็นชเวซิกองเป็นเจดีย์ไม่โบราณครับ การบูรณปฏิสังขรณ์ที่ดำเนินถึงปัจจุบันทำให้เจดีย์ดูใหม่ แม้สวยเฉียบแต่ต้องบอกตามตรงว่าไม่ให้อารมณ์สมมาอาณาจักรโบราณเช่นพุกาม

 MG 2143

ananda phato ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกำแพงเมือง เดิมเป็นวัดสีขาว เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบมอญที่งดงามมาก สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 เมื่อสร้างเสร็จ ก็งามเสียจนพระเจ้าญาณสิทธาเกรงว่าจะมีใครสร้างซ้ำ จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตนายช่างทั้งหมด ตามพิธีกรรมของพวกพราหมณ์

 MG 2277

วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเจดีย์ติโลมินโล หรือ เจดีย์ตั้งฉัตร ถูกสร้างในสมัยพระเจ้านาตองมยา (Nandaungmya) เป็นเจดีย์ 3 ชั้น ที่มีความสูง ประมาณ 46 เมตร (150 ฟุต) และสร้างด้วยอิฐสีแดง ปัจจุบันวัดติโลมินโลเป็นอีกหนึ่งวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่อง เที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลเจดีย์ในเมืองพุกาม

 MG 2199

ในวัดอนันดามีคูหาสูงหลายวา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนสูงเกือบถึงเพดาน ข้อมูลบอกว่าองค์พระสูง 9 เมตรเศษ ฐานดอกบัวที่ท่านยืนอยู่บนนั้นสูง 3 เมตร ตลอดทั้งองค์ลงทองไว้เหลืองอร่าม ท่านคือ “พระกัสสป” หรือ 1 ใน 4 พระอดีตพุทธเจ้า (ตามความเชื่อว่าก่อนหน้าพระพุทธเจ้ามีพระอดีตพุทธเจ้า)
วิหารอนันดามีคูหาแบบนี้ทั้ง 4 ทิศ ประดิษฐานพระอดีตพุทธเจ้า 4 องค์ อีกสามองค์ ได้แก่ พระกกุสันธะ (เหนือ) พระโกนาคมน์ (ตะวันออก) และพระศรีศากยมุนี (ตะวันตก) หากเป็นองค์ทิศเหนือกับองค์ทิศใต้เป็นพระไม้ลงรักปิดทองของเก่าอายุเกือบพันปี หากเป็นองค์ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นของสร้างใหม่ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้จากธูปเทียนบูชา

 MG 2244

ในพุกามมีเจดีย์ไม่ต่ำกว่า 2,000 องค์ แม้เจดีย์ที่ผู้คนนิยมเที่ยวกันจะมีจำนวนต่ำร้อย แต่จะให้ฟันธงไปว่าที่ไหนสวยสุดเป็นเรื่องยาก บางคนชอบดัมมายันจีเพราะเป็นเจดีย์ใหญ่ดีงานอิฐฝีมือเลิศล้ำ บ้างชอบชเวสันดอเพราะขึ้นไปบนนั้นแล้วเห็นวิวสวย บ้างชอบชเวซิกอนเพราะเป็นเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะมีรสนิยมเป็นอย่างไร ทุกคนล้วนลงความเห็นตรงกัน วัดอานันดาวิหารคือโบราณสถานน่าสนใจที่สุดในพุกามAnanda Temple รู้จักในหมู่นักเที่ยวไทยในฐานะ “วิหารเหนือวิหาร” สร้างโดยพระเจ้าจานสิตา กษัตริย์ผู้สร้างวัดและเจดีย์ไว้มากมายรวมทั้งเป็นผู้สร้างชเวซิกอนจนสำเร็จ

 MG 2943

กุลเงินของพม่า :จ๊าต (Myanmar Kyat, MMK)
ธนบัตรที่ปัจจุบันประเทศพม่าออกใช้
ประเภทเหรียญ : 1 ปยา, 5 ปยา, 10 ปยา, 25 ปยา และ 50 ปยา
ประเภทธนบัตร : 1จ๊าต, 5จ๊าต, 20จ๊าต, 50จ๊าต, 100จ๊าต, 200จ๊าต,500จ๊าต, 1,000จ๊าต, 5,000 จ๊าตและ 10,000 จ๊าต

เงนจาดพมา-Kyat

 

Read 2948 times Last modified on Monday, 05 October 2015 11:51

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.

กด like Fanpage ติดตามโปรโมชั่น

ช่องทางติดต่อ

nexttripholiday77      LINE - nexttrip11      LINE - nexttrip22      LINE - nexttrip33      LINE - nexttrip44      LINE - nexttrip55      LINE - nexttrip66
Shape
YOUTNTAFBTWI

Our Gallery

All Gallery

 

About Us

เน็กซ์ ทริป ฮอลิเดย์ เรามีประสบการณ์ในด้านการทำทัวร์ที่เน้นคุณภาพ ราคาประหยัด  จึงทำให้มีลูกค้าที่ใช้บริการจำนวนมาก จากหลากหลายช่องทาง ราคาทัวร์ที่ถูกกว่าในท้องตลาดทำให้ลูกค้าทุกระดับสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปกับเราได้อย่างสุขสบาย  ในเส้นทางเกาหลี  ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น  เส้นทางยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง

More

รับโปรโมชั่น !!

Terms and Conditions