• Font size:
  • Decrease
  • Reset
  • Increase

ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว: 11/07440

Saturday, 21 December 2013 22:38

ข้อมูลท่องเที่ยวญี่ปุ่น

Written by 
Rate this item
(1 Vote)

ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะต่าง ๆ กว่า 6,800 เกาะ เรียงรายเป็นแนวยาวจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ของมหาสมุทรแปซิฟิก
และตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของโลก จึงเป็นที่มาของ ชื่อ "ดินแดนอาทิตย์อุทัย" ญี่ปุ่นมีขนาดเล็กกว่าไทยประมาณ 0.7 เท่า แต่มีประชากรมากกว่าประมาณ 2 เท่า 
ญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะคือ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ และคิวชิว เกาะ ฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ยังแบ่งเป็น 5 ภาค เรียงจากเหนือลงมาคือ
โทโฮะกุ คันโต จูบุ คิงคิ และจูโงกุ มีจังหวัดต่าง ๆ ทั้งหมด 47 จังหวัด ( Prefecture ) แบ่งเป็นเมืองต่าง ๆ รวมทั้งหมดมากกว่า 650 เมือง
โดยมีโตเกียวเป็นเมืองหลวงของ 
ประเทศมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2411


ทองเทยวญปน copy

สภาพภูมิอากาศ
มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ

  • ฤดูใบไม้ผลิ : (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 13-25 องศาเซลเซียส
  • ฤดูร้อน : (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส
  • ฤดูใบไม้ร่วง : (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 22-27 องศาเซลเซียส

ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกมากทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่นกว่า
อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 05-07 องศาเซลเซียส

Screen-Shot-2558-03-19-at-12.52

เวลา
ประเทศญี่ปุ่นเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
ประเทศญี่ปุ่นหรือที่เค้าเรียกกันว่าดินแดน อาทิตย์อุทัย  ที่เรียกอย่างนี้เข้าใจว่าเป็นประเทศแรกในแถบเอเซียที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้น เป็นประเทศแรกที่เห็นแสงอาทิตย์ คงเฉพาะในเอเซียมั้ง  
ใครที่จะไปประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะไปเมืองไหน ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว เกียวโต โยโกฮาม่า  มาดูเวลาไว้ว่าประเทศญี่ปุ่นเค้า เวลาเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง

ภาษา
ประชากรญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลัก ส่วนภาษาอังกฤษตามสถานที่สำคัญ เช่น โรงแรม, สนามบิน, สถานที่ท่องเที่ยว หรือ ตาม
เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลท่องเที่ยวสามารถพูดภาษาอังกฤษได้

เงินตรา
สกุลเงินญี่ปุ่น คือ เงินเยน ในท้องตลาดใช้ได้แต่เงินเยนเท่านั้น ดอลล่าร์สหรัฐแลกได้ตามธนาคาร และโรงแรม อัตราแลกเปลี่ยน
100 เยน = ประมาณ 36-38 บาท (ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2553)

japan-money

ระบบไฟฟ้า
ญี่ปุ่น ใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V. (ไม่เหมือนประเทศไทย) ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา ฉะนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดิโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่
เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลก (Universal Adaptor) ติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาเตรียม ฟิล์มถ่ายรูป, แบตเตอร์รี่ ไปให้เพียงพอจากประเทศไทย

1401119737-P2-o

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
บัตรโทรศัพท์มีขายทั่วไปตามเคาน์เตอร์โรงแรม, ซุปเปอร์มาร์เก็ต และสถานที่ท่องเที่ยว ราคาเริ่ม 1,000 เยน
วิธีโทรกลับประเทศไทย
กรุงเทพฯ : กด 001-010-662 ตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์เจ็ดหลัก
ต่างจังหวัด : กด 001-010-66 ตามด้วยรหัสเมืองโดยตัดศูนย์ออก-หมายเลขโทรศัพท์หกหลัก
โทรภายในญี่ปุ่น : กด รหัสเมือง / มือถือ ตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

อาหารการกิน
อาหารญี่ปุ่นเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในด้านความสดอร่อย และความสวยงามในการตกแต่ง รวมทั้งความหลากหลาย อาหารที่เป็นที่นิยมของที่นี่ ได้แก่ โอโคโนมิยากิ
หรือ พิซซ่าญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชิมเมื่อมาเยือนฮิโรชิมา รวมทั้งร้านราเมนต่างๆ ที่เปิดจนดึกดื่น และหอยนางรมที่ขึ้นชื่อมานานนับศตวรรษ โดยสามารถหารับประทานได้เฉพาะช่วงฤดูหนาว

แนะนำรายการสินค้าที่ช้อปปิ้ง
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์, กล้องถ่ายรูป, แว่นตา, นาฬิกา, เครื่องสำอาง, ชาเขียว, ชุดยูคาตะ เป็นต้น

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

Imperial 03

พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) แห่งจักรพรรดิญี่ปุ่น
พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) เป็นที่ประทับของ พระจักรพรรดิญี่ปุ่นตลอดจนราชวงศ์อิมพีเรียล พระราชวังองค์ปัจจุบันนั้นตั้ง
อยู่บนที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะมา ก่อนซึ่งในสมัยนั้นครองโดยโชกุนโตกุกาวะ (Tokugawa Shogunate) ผู้ที่ปกครองญี่ปุ่นตั้งแต่
ค.ศ.1603-1867 จนภายหลังนั้นระบบโชกุนได้ถูกล้มล้างอำนาจจนล่มสลายลงเพื่อเปลี่ยนระบบการ ปกครองใหม่ ราชวงศ์อิมพีเรียลจึงได้
ย้ายจากเกียวโตมาประทับที่โตเกียวแทนในปี ค.ศ.1868 โดยได้สร้างพระราชวังใหม่ขึ้นบนพื้นที่นี้และแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1888
พื้นที่ขนาดใหญ่นั้นรายรอบไปด้วยคูน้ำอันกว้างขวาง ป้องกันด้วยปราการกำแพงหินอันสูงชันและแข็งแกร่ง ภายในบริเวณพระราชวังนั้น
ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้าไปชม เว้นแต่ในวันที่ 2 มกราคม วาระของวันขึ้นปีใหม่ และวันที่ 23 ธันวาคม อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จ
พระจักรพรรดิอะกิฮิโต้องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีเพียงสองวันนี้เท่านั้นที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปด้านในเพื่อชื่นชม พระบารมีของพระจักรพรรดิและ
เหล่าราชวงศ์ที่จะทรงออกมาทักทายประชาชนของ พระองค์อันถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปี
จุดยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวนั้นเห็นจะเป็น
บริเวณโซนด้านหน้าพระราชวังที่เรียกว่า
นิจูบาชิ (Nijubashi) ซึ่งแปลว่า Double Bridge หรือ สะพานคู่ ซึ่งบริเวณนี้จะมีสะพานเหล็กที่อยู่
ด้านหลังเพื่อเชื่อมเข้าเขตพระราชวัง และสะพานหินที่อยู่ด้านหน้าเพื่อเชื่อมต่อสู่สะพานเหล็ก (ที่มักปรากฏในรูปถ่ายนั่นเอง) ซึ่งสะพานด้าน
หน้านี้มักนิยมเรียกกันว่าเมกะเนะบาชิ (Meganebashi) หรือแปลความหมายได้ว่าสะพานแว่นตา ซึ่งมาจากภาพสะท้อนน้ำของโค้งหินสองอันนั่นเอง
อีกบริเวณหนึ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือ Imperial Palace East Gardens ที่อยู่โซนด้านหลังพระราชวังซึ่งตรงจุดนี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระราชฐาน
ด้านในได้ตลอดทั้งปี (ยกเว้นวันจันทร์, วันศุกร์, และตามประกาศของรางวัง) ด้านในนั้นจะมีการจัดสวนในสไตล์ญี่ปุ่นไว้อย่างงดงาม ซึ่งความจริง
แล้วบริเวณนี้ก็คือสถานที่ตั้งดั้งเดิมของปราสาทเอโดะนั่นเอง และบริเวณนี้เรายังสามารถเห็นซากรากฐานดั้งเดิมของปราสาทเอโดะที่ยังคงหลง
เหลืออยู่ ซึ่งปราสาทแห่งนี้เดิมสร้างขึ้นเมื่อราว ปี ค.ศ.1638 และเคยเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย แต่ภายหลังจากนั้นไม่กี่ปีมันก็ถูกไฟไหม้
อันเนื่องมาจากเหตุอัคคีภัยเผา เมืองครั้งใหญ่ในราวปี ค.ศ.1657 และหลังจากนั้นปราสาทแห่งนี้ก็ไม่เคยถูกสร้างขึ้นใหม่อีกเลย คงหลงเหลือแต่ราก
ฐานไว้ให้ดูต่างหน้าซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี แต่เมื่อเราได้เห็นรากฐานนี้ก็สามารถที่จะจินตนาการความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ ไม่ยากเช่นกัน

พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace)

ที่ตั้ง : เขตชิโยดะ, โตเกียว

เปิด-ปิด : จุดชมสะพานตลอด 24 ชม. / สวน Imperial Palace East Gardens > 09.00-16.00 น.
(เวลาโดยเฉลี่ย / โปรเช็คเวลาละเอียดในแต่ละเดือนอีกครั้ง), หยุดวันจันทร์ และศุกร์

06121949trim

วัดเซ็นโซจิ (Sensoji) เป็นวัดพุทธที่นับถือเจ้าแม่กวนอิม

วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว มีประวัติความเป็นมาว่า เมื่อ ค.ศ. 628 มี 2 พี่น้องชาวประมง พบองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดเล็กที่แม่น้ำซูมิดะ (Sumida)
แม่น้ำในย่านอาซาคุซะ และได้นำกลับเข้าหมู่บ้านในอาซาคุสะ แล้วที่หมู่บ้านนี้ก็ได้สร้างวัดจากบ้านหลังหนึ่งเพื่อเป็นที่เก็บรักษาองค์ เจ้าแม่กวนอิม และหลังจากนั้นก็
ได้สร้างวัดเซ็นโซจิขึ้นใน ค.ศ. 645วัดเซ็นโซจิถูกทำลายลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากนั้นก็มีการสร้างใหม่ขึ้นมาอีกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่
และความสงบสุข เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวญี่ปุ่น
เมื่อเดินทางมาวัดเซ็นโซจิ จะพบกับซุ้มประตูสีแดง มียักษ์เฝ้าประตูทั้ง 2 ฝั่งและที่ขาดไม่ได้เป็นโคมไฟสีแดงขนาด
ใหญ่แขวนไว้บนซุ้มประตู ประตูนี้เรียกว่า Kaminarimon หรือ Thunder Gate เป็นประตูทางเข้าวัด ที่หน้าประตูนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปไม่ขาดสาย
เลยจากซุ้มประตูไปจะเป็น ถนนนากามิเซะ (Nakamise dori) คำว่า dori แปลว่าถนน ถนนเส้นนี้ยาวไปจนถึงวัดเซ็นโซจิจะเป็นถนนชอปปิ้ง ขายขนม ของฝาก ของที่ระลึก
ขนมที่ซื้อกลับบ้านจะใส่กล่อง ห่อสวยงาม สามารถซื้อเป็นของฝากได้อย่างไม่อายใคร ส่วนขนมแบบที่กินเลยเช่น Soft ice cream, มันอัดแท่ง, ซาลาเปาทอด, ข้าวพองคล้าย
ขนมนางเล็ด ทางร้านจะให้เรายืนกินที่หน้าร้านเท่านั้นไม่ให้เดินไปกินไป ถือว่าเป็นกฎเหล็กของร้านค้าย่านถนนนากามิเซะ อาซาคุซะ เพื่อไม่ให้ขนมหกเลอะเทอะบนถนน

Shinjuku01

ชินจูกุ ( Shinjuku )

สถานีรถไฟชินจูกุ เป็นสถานีที่พลุกพล่านที่สุดในโลก ซึ่งสถานีชินจูกุสภาพความเป็นจริงนั้นสับสนอลหม่านด้วยผู้คนเฉียดวันละ 3,000,000 คนยืนเบียดเสียดกัน
โดยช่วงเวลาที่หนาแน่คือตอนเช้า 7:30-9:30 และตอนเย็น 17:00-18:00 ชินจูกุเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของโตเกียว ไม่จำกัดว่าเป็นย่านแฟชั่น
หรือย่านใดๆทั้งสิ้นเนื่องจากว่าที่ชินจูกุจะมีร้านค้าหลากหลายให้จับจ่าย ครบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น เสื่อผ้า เครื่องแต่งกาย สินค้ามียี่ห้อ(แบรนด์ต่างๆ) เครื่องใช้ไฟฟ้า
สินค้ามือสอง ร้านขายยา และยังรวมไปถึงแหล่งบันเทิงกลางคืนและร้านอาหารต่างๆด้วย ท่านสามารถหาซื้อสินค้านานาชนิดได้จากที่นี่ อาทิ ร้าน 100 เยน ที่สินค้า
แถบทุกชิ้นภายในร้านล้วนมีราคา 100 เยนทั้งสิ้น ร้านขายเครื่องอิเลคทรอนิกส์ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล นาฬิกา เครื่องสำอาง ยาและสินค้าอื่น ๆ

กนซา-ginza

กินซ่า (Ginza)

ย่านกินซ่า เป็นย่านยอดฮิตสำหรับการช้อปปิ้งและกินดื่มของคนโตเกียว บริเวณนี้จะมีห้างสรรพสินค้ามากมาย ร้านค้าเก๋ๆ ร้านอาหาร ผับ บาร์ และคาเฟ่น่านั่งเยอะมาก 
ย่านกินซ่าเป็นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่ดินราคาแพงที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้ พื้นที่ขนาดประมาณ 1 ตารางเมตร มีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านเยน จึงทำให้ร้านค้าร้านอาหารแถว
นี้ราคา
แพงสุดๆ กาแฟราคาแก้วละ 900 เยนก็สามารถหาได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอางค์ระดับ Hiend และสินค้าแฟชั่นแบรนด์ชั่นนำต่างๆก็มา
รวมอยู่ใน
ย่านนี้ร้านค้าส่วนใหญ่ในย่านนี้เปิดทุกวัน แต่เสาร์อาทิตย์คนค่อนข้างพลุกพล่านในถนนชุโอ-โดริ (Chuo Dori) มีการปิดถนนเส้นนี้ให้เป็นถนนคนเดินในช่วงเวลา
12.00-17.00 น. ของทุกวันเสาร์อาทิตย์ (เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนปิดถนนถึงเวลา 18.00 น.)

Shibuya2

ชิบูยา (Shibuya) ศูนย์รวมแฟชั่นในโตเกียว

ชิบูยา (Shibuya) เป็นย่านชอปปิ้ง แหล่งรวมเสื้อผ้าแฟชั่นในกรุงโตเกียว มีห้าง ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ในวันหนึ่งจะมีผู้คนผ่านไปผ่านมา
ในย่านนี้เป็นจำนวนมาก 
ถือว่าเป็นย่านที่มีสีสันอยู่ตลอดเวลา เสื้อผ้าแฟชั่นในย่านนี้จะเป็นสไตล์วัยรุ่น หนุ่ม-สาว สำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน
ไม่ใช่แนวหลุดโลกแบบฮาราจูกุ
เมื่อพูดถึงย่านชิบูยาแล้วคนมักจะนึกถึงอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกก็เป็นแหล่งเสื้อผ้าแฟชั่น อย่างที่สองก็จะนึกถึงรูปปั้นสุนัขที่ชื่อว่า
ฮาจิโกะ ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าประตูทางออก Hachiko Gate ของสถานี
JR Shibuyaฮาจิโกะ เป็นสุนัขที่ได้ชื่อว่ากตัญญู จงรักภักดีต่อเจ้านายมาก เมื่อตอนที่ฮาจิโกะ
ยังมีชีวิตอยู่จะมาส่งเจ้านายซึ่งทำงานเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยในทุกเช้าที่
สถานีรถไฟชิบูยา และจะมาเฝ้ารอเจ้านายกลับในตอนเย็น ฮาจิโกะทำแบบนี้อยู่ทุกวัน
จนกระทั่งเจ้านายของฮาจิโกะได้เสียชีวิตลง ฮาจิโกะก็ยังเฝ้ารอเจ้านายกลับมาอยู่ทุกวัน
เป็นเวลาอีก 11 ปี ฮาจิโกะก็ได้เสียชีวิตลง ด้วยความกตัญญูต่อเจ้านาย
ของฮาจิโกะชาวบ้านแถวนั้นได้สร้างอนุสาวรีย์ให้กับ ฮาจิโกะ (Hachi-ko Statue) และต่อมาได้มีการนำชีวิต
จริงของฮาจิโกะไปสร้างเป็นหนัง

Takeshita-Street

ช้อปปิ้งที่ฮาราจูกุ ( Shopping in Harajuku )

ฮาราจูกุ เป็นศูนย์รวมของเด็กวัยรุ่น ที่แต่งหน้า แต่งตัว กันแบบที่เรียกได้ว่าหลุดโลก มาอวดโฉมกัน โดยในวันอาทิตย์เด็ก เหล่านี้จะมารวมตัวกัน
มีทั้งแนว แฟนตาซี ปีศาจ คิขุอาโนเนะน่ารัก ๆ (แนวนี้ชอบ อิอิ ) เป็นสีสันให้กับถนนสายนี้รับรองว่าใครมีโอกาสได้มาที่ฮาราจูกุละก็ไม่เบื่อ แน่นอน
เอาล่ะมาพูดถึงแหล่งช้อปปิ้งดีกว่าที่ชื่อดังก็คงมี ถนนทาเคชิตะ ( Takeshita Dori ) และถนนโอโมโตะซานโดะ (Omotosando) มาดูกันว่าแต่ละที่
เป็นอย่างไงจะได้รู้ว่าควรไปช้อปตรงไหน

Tokyo Disney land 1435123538

Tokyo Disneyland

สวนสนุกขนาดใหญ่ ในกรุงโตเกียว ข้างๆกันมีสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์ซี การเดินทางสะดวก เปิดให้บริการทุกวัน ภายในแบ่งเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซนเครื่องเล่น การแสดง
โรงละคร ร้านอาหารและร้านของฝาก การเดินทางสะดวกสบาย อยู่ห่างจากสถานีโตเกียวประมาณ 15 นาทีโดยรถไฟ JR นอกจากนี้ยังมีที่พักคือ โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท
ที่อยู่ติดกับตัวสวนสนุกอีกด้วย
ที่ตั้งสวนสนุกระดับโลก
มี พื้นที่ประมาณ 0.5 ตารางกิโลเมตร เป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของ Tokyo Disney Resort เขต Urayasu จังหวัด Chiba ซึ่งมีพื้นที่ติดกับโตเกียว
สามารถเดินทาง
ได้อย่างสะดวกโดยรถไฟ มาลงที่สถานี Maihama และ Tokyo Disney Station
เริ่มแรกของสวนสนุก
โต เกียวดิสนีย์แลนด์ เป็นสวนสนุกแห่งแรกที่สร้างขึ่นนอกประเทศอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 1983 โดยทีมวิศวกรของดิสนีย์เอง โดยมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกับดิสนีย์แลนด์
ในแคลิฟอร์เนีย และเมจิกคิงดอมในฟลอริดา มีเจ้าของคือบริษัท The Oriental Land ซึ่งได้รับอนญาตลิขสิทธิ์จากบริษัท The Walt Disney ทั้งโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียว
ดิสนีย์ซี ถือเป็นสวนสนุกเพียงแห่งเดียวที่วอลส์ดิสนีย์มิได้เป็นเจ้าของกิจการ สวนสนุกแห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในปกติวันหนึ่งๆ จะมีผู้มาเยี่ยมชมทั้งหมด
ประมาณ 57,000 ครอบครัวเลยทีเดียว

main2

ภูเขาไฟฟูจิ

 

ภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น รอบๆ ภูเขาเต็มไปด้วยธรรชาติอันงดงาม และเป็นอุทยานแห่งชาติฟูจิฮาโกะเนอิซึ มีทะเลสาบ 5 แห่ง ได้แก่ ยามานากาโกะ
คาวากุจิโกะ โมโตสุโกะ โชจินโกะ ไซโก้ และมีออนเซนหลายแห่ง ได้แก่ ยามานากะโกะ คาวากุจิโกะ โอชิโนะโกะ ฯลฯภูเขาฟูจิมีอิทธิพลต่อศิลปวัฒนธรรมของ
ญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีชื่อภูเขาปรากฎอยู่ในทังขะ หรือบทกลอนญี่ปุ่นหรือ อุคิโยเอะ หรือภาพพิมพ์ญี่ปุ่น และทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ชื่อสินค้า ชื่อนักซูโม่
และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนตั้งชื่อว่าฟูจิ เรียกว่าภูเขาฟูจินี้ เป็นหัวใจของญี่ปุ่นก็ว่าได้
ในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ของทุกปี เป็นช่วงที่ภูเขาฟูจิเปิดอย่างเป็นทาง
การให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปปีน ทางขึ้นก็มีหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นคาวากุจิโกะกุจิ ฟูจิโนะมิยะกุจิ สุบาชิริกุจิ โกะเตนบะกุจิ 
เป็นต้น ใครที่ชอบปีนเขาก็ลองขึ้นดู
ภูเขาฟูจิมีความสูง 3776 เมตร ถ้าเริ่มเดินขึ้นจาก โกะโกะเม ถึงยอดเขา จะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง โดยเฉลี่ย และเวลาลงก็จะใช้เวลา 4 ชั่วโมง แต่ใครที่สนใจ
อยากจะปีนเขาฟูจิ ต้องเตรียมตัวและเครื่องมือให้พร้อมก่อน

เทศกาลสำคัญ

เทศกาลปีใหม่ : เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ชาวญี่ปุ่นจะรับประทานโมจิ หรือซุปโมจิ และจะไปไหว้พระขอพรที่วัด หลังจากนั้นก็จะนำต้นไม้ชื่อมัทซึ มาวางไว้ที่หน้าบ้านเพื่อ
เป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว และประดับด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึงความซื่อตรง ซื่อสัตย์ เหมือนลำไผ่ และความอ่อนน้อมแต่แข็งแรงเหมือนต้นไผ่ซึ่งทนทานต่อสภาพอากาศ

เทศกาลเซ็ตสึบุน : ชาวญี่ปุ่นจะนำถั่วแดงโปรยในบ้านและบริเวณนอกบ้านเพื่อไล่สิ่งไม่ดีออกจาก บ้าน และให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในบ้าน หลังจากนั้นก็จะรับประทาน
เมล็ดถั่วแดงจำนวนเท่ากับอายุของตนเอง เพราะเชื่อว่ารับประทานแล้วจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง

เทศกาลวันเด็กผู้หญิง หรือ "ฮินะมัทสึริ" : บ้านที่มีบุตรสาวจะนำตุ๊กตามาตั้งไว้ในบ้านเพราะเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสุข

เทศกาลวันเด็กผู้ชาย : คือวันที่ 5 พฤษภาคม เทศกาลนี้จัดขี้นสำหรับเด็กผู้ชายเท่านั้น บ้านไหนที่มีลูกชายจะประดับว่าวปลาคาร์ฟยาว 1-2 เมตรให้ปลิว
ไสวตามจำนวนบุตรชาย ในบ้านมีการจัดพิธีบูชาตุ๊กตานักรบ ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเกราะ หมวกเกราะหรือที่เรียกว่า “โกะงัสสึ นิงเงียว”เพื่ออธิษฐานขอให้
บุตรชายที่รักมีสุขภาพแข็งแรง ไร้โรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ยังมีการใช้ดอกโชบุและดอกคะชิวะและโมะติ ประดับไว้กับตุ๊กตานักรบที่ชื่อว่า Kabuto และ
มีการดื่มสาเกฉลองเช่นเดียวกับเทศกาลวันเด็กผู้หญิง

เทศกาลโอะฮานามิ (Ohanami) : เป็นเทศกาลชมดอกซากุระ จัดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน-กลางเดือนเมษายน เป็นงานที่สำคัญงานหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ชาวญี่ปุ่นจะ
พากันออกมาชมความงามของดอกซากุระ ซึ่งพร้อมใจกันบานสะพรั่งรับฤดูใบไม้ผลิเป็นสีชมพูตลอดทาง

เทศกาลหิมะ Snow Festival : จัดที่ Sapporo ทุกเดือนกุมภาพันธ์ อากาศที่หนาวเย็น ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมุ่งหน้าสู่เมืองซับโปโร บนเกาะฮอกไกโด
เพื่อร่วมสนุกสนานกับเทศกาลหิมะ

japan-festival

 

 

Read 2564 times Last modified on Tuesday, 22 September 2015 12:45

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.

กด like Fanpage ติดตามโปรโมชั่น

ช่องทางติดต่อ

nexttripholiday77      LINE - nexttrip11      LINE - nexttrip22      LINE - nexttrip33      LINE - nexttrip44      LINE - nexttrip55      LINE - nexttrip66
Shape
YOUTNTAFBTWI

Our Gallery

All Gallery

 

About Us

เน็กซ์ ทริป ฮอลิเดย์ เรามีประสบการณ์ในด้านการทำทัวร์ที่เน้นคุณภาพ ราคาประหยัด  จึงทำให้มีลูกค้าที่ใช้บริการจำนวนมาก จากหลากหลายช่องทาง ราคาทัวร์ที่ถูกกว่าในท้องตลาดทำให้ลูกค้าทุกระดับสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปกับเราได้อย่างสุขสบาย  ในเส้นทางเกาหลี  ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น  เส้นทางยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง

More

รับโปรโมชั่น !!

Terms and Conditions